?????????????,??????????

TNN online "Phage" ไวรัสกำจัดแบคทีเรี?ใช้รักษาโรคติดเชื้อดื้อยาปฏิีวนะ

TNN ONLINE

Tech

"Phage" ไวรัสกำจัดแบคทีเรี?ใช้รักษาโรคติดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ

Phage ไวรัสกำจัดแบคทีเรี?ใช้รักษาโรคติดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ

มื่ไม่มียาใดสามารถกำจัดแบคทีเรียได้แล้ว นักวิทยาศาสตร์จึงต้องใช้ไวรัสเข้าช่ว?

หัวใจหลักของการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรี?(Bacterial infection) คื?การให้ยาปฏิชีวนะแก่ผู้ป่วย ทวา ในปัจจุบันแบคทีเรียดื้อยาเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อ??จากการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่?ส่งผลให้นักวิทยาศาสตร์ต้องพัฒนายาใหม??ออกมาเพื่อกำจัดเชื้อ หากแต่การพัฒนามิอาจรวดเร็วเท่ากับวิวัฒนาการของแบคทีเรี?การติดเชื้อดื้อยาจึงกลายเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขทั่วโลก รวมถึงประเทศไท?/span>

Phage ไวรัสกำจัดแบคทีเรี?ใช้รักษาโรคติดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะที่มาของภา?

 


ดื้อยาเพื่อความอยู่รอ?/strong>


หลังจากการค้นพบยาปฏิชีวนะเพนิซิลลิ?(Penicillin) โด?เซอร์ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง (Sir Alexander Fleming) ในวงการแพทยได้นำยาชนิดนี้มาใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียอย่างกว้างขวา?และช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตมาแล้วหลายต่อหลายรา?nbsp;


อย่างไรก็ตาม แบคทีเรียนับว่าเป็นสิ่งีชีวิตชนิดหนึ่งบนโลกใบนี?พวกมันต้องการมีชีวิตอยู่รอดเพื่อแพร่ขยายเผ่าพันธุ์ของตนเอง ในวันแรกที่พวกมันเจอเข้ากับยาปฏิชีวนะ แบคทีเรียกลุ่มที่อ่อนไหวต่อยาอาจจะล้มตายไปบ้างจนเหลือแต่กลุ่มที่ยังสามารถทนทานต่อฤทธิ์ยาได้ แต่พวกมันอาจจะตายในวันที?2, 3 หรือ 4 เมื่อได้รับยาอย่างต่อเนื่อ?/span>



Phage ไวรัสกำจัดแบคทีเรี?ใช้รักษาโรคติดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะที่มาของภา?

 

 

นี่จึงเป็นเหตุว่าทำไมผู้ป่วยโรคติดเชื้อจะเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่องจนกว่ายาจะหมด เพราะถ้าหากยังมีเชื้อเหลือรอดอยู่ในร่างกาย พวกมันจะสามารถวิวัฒนาการให้เซลล์ทนต่อยาปฏิชีวนะได้ หรือสร้างเอนไซม์ออกมาทำลายยาได?เราเรียกแบคทีเรียเหล่านี้ว่า เชื้อดื้อยา (Multiple drug-resistant bacteria หรือในวงการแพทย์นิยมเรียกกันว่า เชื้อ MDR) เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าในอดีตแบคทีเรียเกือทุกชนิดสามารถกำจัดได้โดยง่ายด้วยยาเพนิซิลลิ?แต่ในปัจจุบันแทบไม่มีแบคทีเรียตัวไหนที่สามารถกำจัดได้ด้วยยาเพนิซิลลินอีกแล้ว


เมื่อแบคทีเรียดื้อยาชนิดหนึ่งแล้ว นักวิทยาศาสตร์จึงต้องพัฒนายาชนิดใหม่ขึ้นมาเพื่อกำจัดข้อบกพร่องของยาชนิดเดิ?ทว่า ยิ่งยาปฏิชีวนะมีความรุนแรงมา?มันก็มีผลข้างเคียงต่อร่างกายมากด้วยเช่นกัน บางครั้งร่างกายของผู้ป่วยอาจทรุดหนักจากยาปฏิชีวนะแทน


Phage ไวรัสกำจัดแบคทีเรี?ใช้รักษาโรคติดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะที่มาของภา?

 



เชื้อโรคสู้เชื้อโร?/strong>


จะเกิดอะไรขึ้นหากแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะทุกชนิดที่มีอยู่ในตอนนี?? คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อและอาจจะเป็นไปได้ยา?แต่ปัจจุบันเริ่มมีรายงานการติดเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะทุกชนิ?(Pandrung-resistant bacteria หรือเชื้อ PDR) นั่นหมายความว่?ไม่มียาปฏิชีวนะชนิดใดที่จะสามารถกำจัดหรือยับยั้งเชื้อได?และสุดท้ายคือการปล่อยให้ผู้ป่วยต้องจบชีวิตลงด้วยการติดเชื้อดังกล่าว


เจอร์รี นิ?(Jerry Nick) แพทย์จากสถาบันสุขภาพแห่งชาติยิ?ได้รับผู้ป่วยโรคปอดซิสติกไฟโบซิส (Cystic fibrosis) ซึ่งต้องการเข้ารับการปลูกถ่ายปอดใหม่ แต่กลับประสบปัญหาติดเชื้อไมโคแบคทีเรียมดื้อยา (Mycobacterium) และไม่สามารถใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใดกำจัดได?นิกจึงเริ่มทดลองรักาาภาวะติดเชื้อด้วยศัตรูตัวฉกาจของแบคทีเรี?นั่นคื?strong>ไวรัสแบคเทอริโอเฟจ (Bacteriophage virus) หรือเรียกสั้น ?ว่?strong> เฟจ (Phage)


Phage ไวรัสกำจัดแบคทีเรี?ใช้รักษาโรคติดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะไวรัสแบคเทอริโอเฟจ (Bacteriophage virus)
ที่มาของภา?

 


หากกล่าวว่าแบคทีเรี?คื?เชื้อโรคในร่างกายมนุษย์ ไวรัสแบคเทอริโอเฟจก็คือเชื้อโรคในเซลล์ของแบคทีเรียเช่นกัน ไวรัสชนิดนี้จะเข้าไปก่อกวนระบบทางชีวเคมีภายในเซลล์ของแบคทีเรี?นำสารอาหาร, พลังงา?และกระบวนการต่าง ?มาใช้สร้างไวรัสชุดใหม่ขึ้น จนกระทั่งเมื่อไวรัสเพิ่มจำนวนเต็มที่แล้ว พวกมันจะทำให้เซลล์แบคทีเรียแตก ปล่อยกระจายไวรัสออกไปสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อติดเชื้อในแบคทีเรียเซลล์อื่นต่อไ?/span>


นิกใช้หลักการนี้ในการกำจัดแบคทีเรียให้แก?จอห์นสัน หนุ่มน้อยวัย 26 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคปอดซิสติกไฟโบรซิ?และจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายปอดชุดใหม่ที่ได้รับบริจา?อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะมีปอดที่ได้รับบริจาคอย่แล้ว แต่สถานพยาบาลกว่?3 แห่งปฏิเสธที่จะรักษาให้แก่จอห์นสัน เนื่องจากปอดดั้งเดิมของเขาพบปัญหาการติดเชื้อไมโคแบคทีเรียม ด้วยเหตุนี้นิกจึงต้องกำจัดเชื้อแบคทีเรียวายร้ายให้หมดไปเสียก่อ?แล้วจึงจะสามารถปลูกถ่ายปอดให้แก่จอห์นสันได?/span>


Phage ไวรัสกำจัดแบคทีเรี?ใช้รักษาโรคติดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะที่มาของภา?

 


ผู้อ่านบางท่านอาจสงสัยว่าการปล่อยไวรัสเข้าไปในร่างกายจะส่งผลเสียต่อผู้ป่วยหรือไม่ ? คำตอบคือ มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยได?ทั้งนี?เนื่องจากเฟจที่ใช้ในการรักษาเป็นไวรัสก่อโรคในแบคทีเรี?จึงไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์ในร่างกายของมนุษย์ นอกจากนี?พวกมันสามารถกำจัดแบคทีเรียได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกภูมคุ้มกันในร่างกายทำลายไปจนหม?ดังนั้?เมื่อภารกิจในการกำจัดแบคทีเรียของเฟจเสร็จสิ้นแล้ว ร่างกายของมนุษย์จะสามารถกำจัดไวรัสนี้ออกได้ด้วภูมิคุ้มกัน


หลังจากการรักษากว่?200 ด้วยเฟจร่วมกับยาปฏิชีวน?ร่างกายของจอห์นสันก็ปราศจากเชื้อแบคทีเรียดื้อยาและพร้อมเข้ารับการปลูกถ่ายปอดชุดใหม?การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่า การใช้เฟจเป็นอีกหนึ่ทางเลือกในการรักษาโรคติดเชื้อดื้อยา อย่างน้อยก็อาจช่วยชีวิตของผู้ป่วยได้จนกว่าจะมีการพัฒนาปฏิชีวนะชนิดใหม่ขึ้นมา


ขอขอบคุณข้อมูลจา?