แทงบาคาร่าฟรี,ไพ่บาคาร่า

TNN online อียูหนุนประชาธิปไตยไต้หวัน ด้านจีนพร้อมโต้หาก ‘ประธานสภาสหรัฐฯ’ เยือนไต้หวันจริง

TNN ONLINE

World

อียูหนุนประชาธิปไตยไต้หวัน ด้านจีนพร้อมโต้หาก ‘ประธานสภาสหรัฐฯ’ เยือนไต้หวันจริง

อียูหนุนประชาธิปไตยไต้หวัน ด้านจีนพร้อมโต้หาก ‘ประธานสภาสหรัฐฯ’ เยือนไต้หวันจริง

ช่องแคบไต้หวันระอุอีก หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสหรัฐฯ และอียู เดินทางเยือนเกาะไต้หวัน พร้อมย้ำว่า ยุโรปจะหนุนประชาธิปไตยของไต้หวันอย่างเต็มที่

ช่องแคบไต้หวันระอุอีก หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป หรือ อียู เดินทางเยือนเกาะไต้หวัน พร้อมย้ำว่า ยุโรปจะหนุนประชาธิปไตยของไต้หวันอย่างเต็มที่


---ยุโรปสานสัมพันธ์ไต้หวัน หนุนประชาธิปไตย---


เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรป หรือ อียู เดินทางเยือนเกาะไต้หวัน พร้อมย้ำว่า ยุโรปจะหนุนประชาธิปไตยของไต้หวันอย่างเต็มที่ 


นิโคลา เบียร์ สมาชิกสภายุโรป ที่อยู่ระหว่างการเยือนเกาะไต้หวันเป็นเวลา 3 วัน ประกาศว่า ยุโรป และไต้หวัน จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับความท้าทายหลายด้านที่เกิดขึ้นบนโลก โดยที่ทั้งสองนั้นเป็น “ครอบครัวของระบอบประชาธิปไตย


การเบ่งบานของไต้หวัน ก็เหมือนกับการเบ่งบานของยุโรปเราจะไม่ปิดหูปิดตาเรื่องภัยคุกคามจีนต่อไต้หวันที่ผ่านมายุโรปมีปฏิกิริยาต่อกรณีฮ่องกงช้าเกินไป แต่เราจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นกับไต้หวัน” เบียร์ กล่าว


การเยือนไต้หวันของเบียร มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างกัน ในขณะที่เกิดภัยคุกคามกรณีรัสเซียแทรกแซงยูเครน 


เบียร์ ได้หารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี ซู เจิง-ชาง ซึ่งเธอย้ำว่า ยุโรปต้องการอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมในสถาบันระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไต้หวัน 


ขณะที่ไม่นานมานี้ รัฐสภายุโรปเองได้ผ่านแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อไต้หวันหลายเรื่อง และเธอมีตารางพบกับประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ของไต้หวัน เพื่อหารือประเด็นความมั่นคง ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนต่อด้วย 


ในมุมมองของยุโรป ไต้หวัน ซึ่งมีประชากร 23 ล้านคน เผชิญกับความตึงเครียด และต้องอยุ่ภายใต้ภัยคุกคามจากจีน ที่ย้ำมาตลอดว่าไต้หวันคือมณฑลหนึ่งของจีน ไม่ถือว่าเป็นรัฐที่ปกครองตนเองอย่างอิสระ


เบียร์ ระบุว่า ในภาวะที่รัสเซียกำลังแทรกแซงยูเครน ก็ยิ่งสร้างความกังวลว่า จีนอาจดำเนินการทางทหารแทรกแซงไต้หวันด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สามารถคว้าชัยในศึกครั้งนี้ได้ ก็จะยิ่งชัดเจนว่า จีนอาจดำเนินการในลักษณะเดียวกัน 


แต่เบียร์ย้ำว่า “จะไม่มีช่องว่าให้กับความก้าวร้าวของจีนต่อประชาธิปไตยของไต้หวัน อย่างน้อยก็ในเวลานี้ ที่เราเผชิญสงครามในยุโรปซึ่งเราไม่ต้องการให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นในเอเชีย


---อดีตรมว.กลาโหมสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน---


ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ มาร์ก เอสเปอร์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ก็อยู่ที่เกาะไต้หวันเช่นกัน โดยได้กล่าวกับนางไช่ ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกจาก “ความคลุมเครือเชิงกลยุทธ์” ซึ่งหมายถึงนโยบายสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน ที่ขาดความชัดเจนว่าจะให้ความช่วยเหลือทางการทหารต่อไต้หวันได้มากน้อยเพียงใด กรณีที่อาจเกิดการรุกรานจากจีน


ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ยอมรับจีน และสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน แต่ในขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เรียกความสัมพันธ์กับไต้หวันว่า “เป็นความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการที่แน่นแฟ้น” โดยสหรัฐฯ เป็นผู้จำหน่ายอาวุธรายใหญ่ให้กับไต้หวันมาอย่างยาวนาน เพื่อใช้สำหรับปกป้องตนเองจากภัยคุกคามจากจีน ที่ย้ำมาตลอดว่าจะเอาไต้หวันกลับคืน "หากจำเป็น


ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้ง โดยระบุถึง “ความมุ่งมั่น” ของสหรัฐฯ ที่จะปกป้องไต้หวัน หากถูกกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนรุกราน ถึงกับต้องทำให้ทำเนียบขาวต้องรีบแถลงทันทีว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความคลุมเครือเชิงกลยุทธ์แต่อย่างใด 


เอสเปอร์ ระบุว่า การรุกรานยูเครน ของรัสเซีย เป็นตัวชี้ชัดแล้วว่า ทุกวันนี้ ฝ่ายเผด็จการยังคงเดินหน้าสร้างภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตยของโลก


แต่ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดที่ระบอบประชาธิปไตยในตะวันตกเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่จากรัสเซีย .. แต่คือที่นี่ ในเอเชีย.. ที่จีนเดินหน้าสร้างความท้าทายต่อระเบียบการระหว่างประเทศ และคุกคามเสรีภาพทั่วทั้งภูมิภาค .. จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ฝ่ายประชาธิปไตยในยุโรปจะยืนหยัดและปกป้องประชาธิปไตย เช่น ไต้หวัน ต่อการรุกรานของจีน


---จีนพร้อมตอบโต้ หาก “เพโลซี” เยือนไต้หวัน---


ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีรายงานว่า “แนนซี เปโลซี” ประธานสภาของสหรัฐฯ เตรียมเดินทางเยือนไต้หวันเร็ว  นี้ด้วย 


ทำให้จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนออกมาแถลงตอบโต้ทันที ระบุว่า ถ้าหากว่า “แนนซี เพโลซี” ประธานสภาผู้แทนสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน จะบ่อนทำลายอธิปไตยและบูรณภาพด้านดินแดนของจีนอย่างรุนแรง


รวมถึงจะกระทบอย่างหนักหน่วงต่อรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ และจะเป็นการส่งสัญญาณผิด  อย่างร้ายแรง ไปถึงกลุ่มเรียกร้องเอกราชในไต้หวัน


โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวต่อไปว่า “แต่หากสหรัฐฯ ยังยืนกรานจะเดินไปในเส้นทางที่ผิดดังกล่าว จีนก็จะใช้มาตรการที่แรงและเด็ดขาด เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพด้านดินแดนของจีน


ก่อนหน้านี้ Financial Times รายงานว่า แนนซี เพโลซีกำลังมีแผนจะเยือนไต้หวันในเดือนสิงหาคมนี้ โดยเคยมีแผนจะเยือนไต้หวันตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้ว แต่ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากเธอติดเชื้อโควิด-19 


หากเพโลซีเยือนไต้หวันจริง จะเป็นสมาชิกรัฐสภาอเมริกันระดับสูงสุดที่เยือนไต้หวันครั้งแรกในรอบ 25 ปี นับตั้งแต่ที่ นิวท์ กิงกริช อดีตประธานสภาสหรัฐฯ ที่เคยเยือนไต้หวันเมื่อ 25 ปีก่อน


ความสำคัญของเพโลซี คือ ในฐานะประธานสภาสหรัฐฯ เธอคือหนึ่งในผู้ที่จะสามารถขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ ในกรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่สามารถทำหน้าที่ได้

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมจีนออกแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของกระทรวงเมื่อวานนี้ (19 กรกฎาคมว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนจะขัดขวางอย่างเด็ดขาด การแทรกแซงในรูปแบบใด  จากภายนอกและจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนของไต้หวัน


อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ล่าสุดของกระทรวงกลาโหมจีนที่ใช้ถ้อยคำแรง เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ ตกลงจะขายอาวุธให้แก่ไต้หวันเป็นมูลค่าประมาณ 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และทางจีนได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกข้อตกลงขายอาวุธดังกล่าว

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง